พระพุทธศาสนาแบ่งภพภูมิไว้ ๓๑ ภพภูมิ ได้แก่
- พรหมโลก ๒๐
- สวรรค์ ๖
- มนุษย์ ๑
- สัตว์เดรัจฉาน ๑
- อสุรกาย ๑
- เปรต ๑
- นรก ๑
คำว่า “ภพ” กับ “ภูมิ” มีความหมายต่างกัน
- ภพ หมายถึง โลกหรือสถานที่อยู่อาศัย
- ภูมิ หมาย ระดับชั้นของจิตที่พอเหมาะแก่การไปเกิดในภพนั้นๆ แปลให้เข้าใจง่ายๆ คือ คุณภาพของจิต
การที่คนเราจะไปเกิดในภพไหนนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของจิตเป็นสำคัญว่าอยู่ในภูมิไหน เช่น คนที่มีจิตที่เต็มไปด้วยโทสะ เป็นจิตที่เหมาะแก่การไปเกิดในนรก พอตายไปก็ไปเกิดในนรก เป็นต้น
การอธิบายเรื่องภพภูมินี้ สามารถอธิบายได้ ๓ มติ คือ
1) อธิบายในแง่ข้ามภพข้ามชาติ คือทำชั่วทำดีแล้ว จะไปตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ ต่อเมื่อตายแล้ว
2) อธิบายในแง่ที่เห็นผลในชาตินี้ เช่น คนที่เสพยาบ้าแล้วถูกจับ หรือสุขภาพทรุดโทรม หรือคนที่ตั้งใจเรียน มีความรู้ จบออกไปได้งานดีเงินดี เป็นต้น
3) อธิบายในแง่หนึ่งความคิดหนึ่งขณะจิตหมายความว่า ในหนึ่งขณะจิตนั้น จิตของเรามีสภาพเป็นอย่างไร
ถ้ามีอาการร้อนรุ่ม กระวนกระวาย หงุดหงิด เหมือนกับถูกไฟเผา จัดได้ว่าขณะนั้นจิตเรากำลังอยู่ในนรก
ถ้าจิตใจของเราคิดเรื่องลามก คิดในเรื่องกามทำผิดแล้วปกปิดความผิดเอาไว้กลัวคนอื่นได้รู้ จัดได้ว่าอยู่ในภูมิของอสุรกาย
ถ้าจิตคิดโลภอยากได้ของของคนอื่น ที่ไม่ใช่ของตน และคิดค้นหาวิธีให้ได้มาในทางมิชอบ ขณะนั้นจัดได้ว่า อยู่ในภูมิของเปรต
ถ้าจิตตกอยูาอำนาจของความกลัว หวาดหวั่นต่ออันตราย หรืออยู่ในสภาพหลงงมงาย ไม่รู้จักแยกแยะชั่วดี ขณะนั้นจัดว่าอยู่ในภูมิของเดรัจฉาน
แต่ถ้าจิตเรื่องทำบุญ ให้ทาน ระลึกถึงคุณความดีเช่น ความกตัญญูกตเวที ศีล ๕ การไม่เบียดเบียนกัน จัดว่าอยู่ในภูมิของมนุษย์
ถ้าขณะจิตใดมีความสุขกับการได้เสพกามคุณที่ชื่
นชอบก็ดี คิดนึกละอายต่อการทำความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลังก็ตาม จัดว่าอยู่ในภูมิเทวดา
ถ้าจิตตกอยู่ในภาวะของสมาธิ มีสุขจากการทำสมาธิ จัดว่าอยู่ในภูมิของพรหม
ดังนั้น ในวันหนึ่งๆ ให้เราสังเกตดูใจของตนให้ดี อย่าให้ตกอยู่ในภูมิ นรก เปรต อสุรกาย
สัตว์เดรัจฉา ด้วยการไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่กลัว ไม่หลงงมงาย
จงรักษาจิตของตนให้ตั้งอยู่ในทางแห่งสัมมาทิฏฐิ ไม่คิดโกรธ คิดให้อภัย ไม่คิดโลภ คิดให้ทานแบ่งปัน เป็นต้น เพื่อให้ใจของเราอยู่ในภูมิ มนุษย์ สวรรค์ พรหม เถิด
#แชร์ไปได้บุญเพิ่มพูนธรรมทานบารมีแก่ตน
#การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

