คำว่า "บทสวดมนต์" ชาวพุทธไทยรู้จักกันดี
แต่จะมีสักกี่รายท่านคน ที่ได้ศึกษาค้นคว้าหาที่มาของบทสวดมนต์ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร? ทำไมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันจึงนิยมสวดมนต์บทนั้นบทนี้ ในพิธีกรรมทางศาสนาที่เกิดขึ้นต่างๆ มากมายๆ
บทสวดมนต์นั้น ส่วนใหญ่มาจากพระสูตรในพระไตรปิฎกซึ่งเป็นหนึ่งในคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นหลักธรรมที่ชาวพุทธทุกคนทุกท่าน จำเป็นจะต้องน้อมนำมาเพื่อจดจำ คิด วิเคราะห์ และไตร่ตรอง เพื่อให้เกิดภูมิธรรมปัญญา
ต่อยอดให้เกิดเป็นสิริมงคล สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและแก้ไขทุกขปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของตน ให้สามารถดำรงชีวิตและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างเหมาะสมไม่เกิดทุกข์ต่อไป
ในประเทศอินเดียนั้น สมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงใช้ภาษาที่เรียกกันว่า "ภาษาบาลี" ซึ่งนับเป็นภาษาพูดของชาวมคธ ดังนั้น คัมภีร์ต่างๆ พระสาวกทั้งหลายจึงได้ร้อยกรองด้วยภาษามคธหรือภาษาบาลี แล้วสืบทอดต่อๆ กันมาด้วยสาธยาย ซึ่งคำว่า "สาธยาย" ก็คือการสวดอย่างแม่นยำ คล่องปาก และ ผู้สวดเองก็คือเจ้าของภาษาในสมัยนั้น ดังนั้น การเข้าใจระหว่างคนสวดและคนฟังในสมัยพุทธกาล จึงเป็นภาษาเดียวกัน ทำให้เข้าใจเนื้อหาบทสวดได้ง่าย ทันที ไม่ต้องมีการนำมาแปลหรืออธิบายเป็นอีกหนึ่งภาษาแต่อย่างใด
ส่วนในประเทศไทย หรือ ประเทศอื่นๆ ที่นำภาษาบาลีมา จึงต้องมีการแปลเป็นภาษาไทยบ้าง ภาษาของแต่ละประเทศบ้าง ตามความรู้ความสามารถทางด้านภาษาของสาวกผู้นำมาเผยแผ่ และสืบทอดต่อๆ กันมาตามลำดับของโบราณาจารย์ นักปราชญ์ทั้งหลาย
ถึงอย่างไรก็ตาม จุดประสงค์เดียวกันของการสวดมนต์ ก็คือ สวดเพื่อให้เกิดสติ สมาธิ และ เกิดปัญญา